Skip to main content

นวัตกรรมเพื่อสังคม

 

 

การเพิ่มศักยภาพให้กับเมือง

การนำนวัตกรรมมาแก้ไขปัญหาเพื่อเป็นกุญแจสำคัญในการเอาชนะความท้าทายด้านการพัฒนาเมืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

 

 

 

 

ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่ที่เคยปรากฏมาก่อน โดยเห็นได้ชัดจากเมืองต่างๆในแต่ละประเทศ ในปี พ.ศ.2561 องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้ระบุรายชื่อมหานคร 33  แห่งซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่มากกว่า 10 ล้านคน ทั้งนี้ มีถึง 3 เมืองที่ติดอันดับและตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถึง ได้แก่ จาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย มะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ และกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

ในปี พ.ศ. 2562 นักวิเคราะห์รายงานว่าชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กว่าครึ่งอาศัยอยู่ในเขตเมืองหลวง ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของภูมิภาคนี้ที่มีประชากรอาศัยในเขตเมืองหลวงมากกว่าในเขตชนบท และภายในปี พ.ศ.2573 คาดว่าจะมีผู้คนอาศัยอยู่ในเขตเมืองต่าง ๆ ของภูมิภาคนี้มากกว่าในปีพศ. 2563 ถึง 100 ล้านคน นอกจากนี้ยังมีมหานครเกิดขึ้นใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างน้อย คือเมืองโฮจิมินห์ซิตี้ ประเทศเวียดนาม ขณะที่จาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซียอาจกลายเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในโลกและอาจมากกว่าโตเกียวของประเทศญี่ปุ่นด้วย

 

ภาวะวิกฤติของเมืองที่เติบโตขึ้น

 

ผลกระทบใดบ้างที่เกิดขึ้นในภูมิภาคเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

คุณVijay Padmanabhan ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเมืองและแหล่งน้ำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของธนาคารรพัฒนาเอเชียกล่าวว่า “เมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นส่วนในการขับเคลื่อนการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้" ในขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจทำให้ชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายล้านคนหลุดพ้นจากความยากจน แต่ผลกระทบที่คาดไม่ถึงอาจเกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องคาดเดา”

“การขยายตัวอย่างรวดเร็วของความเป็นเมือง ทำให้เมืองต่างๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องเผชิญกับสภาพสิ่งแวดล้อมที่เสื่อมโทรม” คุณ Vijay Padmanabhan กล่าวถึงคุณภาพอากาศที่ไม่ดี การขาดแคลนน้ำ และความเสื่อมโทรมของที่ดินซึ่งเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเดียวของปัญหาที่ควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนที่สุดของภูมิภาคในตอนนี้

 

 

เมืองต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความหลากหลาย และอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาที่แตกต่างกัน สิงคโปร์เป็นประเทศใหญ่ระดับโลกที่มีโครงสร้างพื้นฐานที่ซับซ้อนที่สุดในโลก ในขณะที่โฮจิมินห์เป็นมหานครที่กำลังเกิดขึ้นใหม่ ส่วนเมืองย่างกุ้งกำลังเริ่มต้นสู่การเป็นมหานครที่ทันสมัย

กลุ่มบริษัท Hitachi ที่มีต้นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น ตระหนักถึงการเติบโตที่หลากหลายนำมาซึ่งปัญหาที่แตกต่างกัน Hitachi จึงให้ความสำคัญโดยนำความเชี่ยวชาญมาพัฒนานวัตกรรม เพื่อนำไปใช้กับโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมของภูมิภาค ตั้งแต่เทคโนโลยีการพัฒนาแหล่งน้ำไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีเมืองอัจฉริยะ และนี่คือนวัตกรรมบางส่วนที่กำลังมีการใช้งานอยู่ในประเทศพม่า ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม ไทย และสิงคโปร์

 

การจัดหาพลังงานไฟฟ้าในประเทศพม่าอย่างเร่งด่วน

จากการพัฒนาทางเศรษฐกิจในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาทำให้ความต้องการด้านพลังงานในประเทศพม่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานยังคงต้องการการพัฒนาแม้กระทั่งในบางพื้นที่ของเมืองย่างกุ้งและเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นสองเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศพม่าการจัดหาพลังงานไฟฟ้าจึงเป็นสิ่งสำคัญในการทำให้ประชากรของประเทศเข้าถึงการใช้ไฟฟ้าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชานเมืองที่กำลังจะเติบโตขึ้นในอนาคต รัฐบาลพม่าตั้งเป้าว่าจะมีการใช้พลังงานไฟฟ้า 100% ภายในปี พศ. 2573 ดังนั้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว Hitachi Soe Electric & Machinery จึงได้ติดตั้งหม้อแปลงจ่ายไฟมากกว่า 5,000 เครื่อง เพื่อลดการจ่ายไฟฟ้าแรงสูงไปสู่ไฟฟ้าแรงต่ำสำหรับการใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนและธุรกิจขนาดเล็ก

 

 

 

การริเริ่มโครงการอื่นๆที่ประสบความสำเร็จ รวมไปถึง การจัดหาไฟฟ้าให้กับหมู่บ้านในเมืองซะไกง์ซึ่งมีพรมแดนติดกับเมืองมัณฑะเลย์ และที่เมืองพะโคซึ่งเป็นเมืองในเขตทางตอนเหนือของเมืองย่างกุ้ง การใช้พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่เหล่านี้เป็นรากฐานสำหรับการเข้าถึงไปในพื้นที่ห่างไกลของประเทศมากขึ้น

 

การจัดการน้ำเสียในประเทศฟิลิปปินส์

ประเทศฟิลิปปินส์กำลังเผชิญกับปัญหาการจัดการน้ำเสียในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา น้ำเสียส่วนใหญ่ถูกปล่อยลงสู่ท่อระบายน้ำซึ่งจะถูกปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติไปยังอ่าวมะนิลา

ปัญหาสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นเมื่อน้ำเสียนี้ไม่ผ่านการบำบัด Hitachi ได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุนชื่อ Filinvest Hitachi Omni Waterworks (FLOW) ผ่านการร่วมมือกับ Filinvest Development Corporation โดยมุ่งเน้นที่จะพัฒนาแหล่งบำบัดน้ำ เช่น การกลั่นน้ำทะเลเป็นน้ำจืด การนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ และการบำบัดน้ำเสีย โรงงานนำร่องสำหรับการบำบัดน้ำเสียขั้นสูงของ FLOW ได้ถูกสร้างขึ้นในเมืองมะนิลา โดยมีเป้าหมายเพื่อรองรับการใช้งานทั้งในภาครัฐและเอกชน และยังมีโครงการขนาดใหญ่ที่อยู่ในระหว่างการพัฒนาเพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำทิ้งของเมืองหลวงให้ดียิ่งขึ้น

 

การอนุรักษ์พลังงานในประเทศมาเลเซีย

บรรดามหานครในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตั้งอยู่ในเขตร้อน ซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารหลากประเภท ทั้งศูนย์การค้า สำนักงาน ที่อยู่อาศัย และแหล่งชุมชน อาคารเหล่านี้ใช้พลังงานจำนวนมากเพื่อให้ได้สภาพแวดล้อมเย็นสบาย

การพัฒนาเมืองอัจฉริยะอาจส่งผลให้เกิดความต้องการพลังงานเพิ่มมากขึ้น แต่ก็ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีคุณค่าและแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้เช่นกัน Hitachi ได้พัฒนา Es Navi ไว้เพื่อใช้งานที่เขตเปตาลิ่งจายาเมืองกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งเป็นระบบปรับอากาศที่รองรับการปรับระดับความเย็นตามปัจจัยของสภาพแวดล้อมที่ต่างกันออกไป เช่น การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และลักษณะกิจกรรมของผู้คนในอาคาร
โดยมีเป้าหมายในการใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้พื้นที่ภายในอาคารเย็นเพียงพอโดยไม่ต้องใช้พลังงานมากเกินไป ระบบ Es Navi จะแยกและจัดเก็บข้อมูลแบบดิจิทัลซึ่งผู้จัดการอาคารสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา สิ่งนี้จะช่วยในการจัดการปรับการทำงานในแต่ละวัน ช่วยประหยัดพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการจัดการอาคารประเภทต่างๆ ในเมืองใหญ่

 

 

บริการทางการเงินแบบดิจิทัลในประเทศเวียดนาม

บริการในรูปแบบดิจิทัลคืออนาคตของการบริการทางด้านการเงิน ช่วยลดต้นทุนให้กับทั้งสถาบันการเงินและลูกค้าอีกทั้งลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดของมนุษย์และการฉ้อโกง นอกจากนี้ยังส่งผลให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้น ทั้งเรื่องประหยัดเวลามากขึ้นไปจนถึงการลดการใช้เงินสด

ในประเทศเวียดนาม Hitachi ได้เปิดตัวโครงการนำร่องการให้บริการทางการเงินในเขต Thanh Tri ของฮานอยและในจังหวัด Hai Duong โดยมีการจัดตั้งระบบการจ่ายเงินอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้รับเงินบำนาญและผู้ได้รับสวัสดิการสังคมจากทางรัฐบาล ซึ่งระบบดังกล่าวได้อำนวยความสะดวกในการได้รับเบี้ยเลี้ยง ผู้รับเงินจะได้รับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ส่วนบุคคลที่มีการรักษาความปลอดภัย เพื่อใช้ในการเบิกเบี้ยเลี้ยงจากสถานที่ต่างๆ เช่นที่ทำการไปรษณีย์ เป็นต้น ความสำเร็จของโครงการนำร่องนี้นำไปสู่การขยายบริการไปทั่วภูมิภาคของประเทศเวียดนามในปลายปี พ.ศ. 2563

 

 

 

การรวมตัวของบริการทางด้านดิจิตัลในประเทศไทย

ในฐานะที่กรุงเทพมหานครเป็นมหานครในภูมิภาคที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว กำลังแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะและสามารถยกระดับมาตรฐานการครองชีพได้อย่างไร Hitachi ร่วมมือกับบริษัทสตาร์ทอัพในประเทศเพื่อนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาสู่บ้านเรือน ผู้พักอาศัยสามารถซื้อของอุปโภคบริโภค ค้นหาบริการงานบ้าน บริการซ่อมแซมบ้าน และใช้ประโยชน์จากสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกของโครงการต่างๆได้ ด้วยระบบบูรณาการที่ให้บริการครบทุกรูปแบบ ปัจจุบันมีการให้บริการนวัตกรรมนี้แก่ผู้พักอาศัยแล้ว และมีความเป็นไปได้ที่จะขยายบริการดังกล่าวไปสู่โรงพยาบาล บริษัทรักษาความปลอดภัย และบริษัทขนส่งเพื่อให้การซื้อหรือใช้บริการเป็นไปอย่างสะดวกสบาย นวัตกรรมนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 เนื่องจากช่วยลดการติดต่อสัมผัสกันระหว่างผู้คน และช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันและการทำงาน

 

การเอาชนะ การแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ในประเทศสิงคโปร์

“เราจะกลับไปทำงานได้อย่างไร?” ยังคงเป็นคำถามซ้ำๆในสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคโควิด -19ในสำนักงานของHitachi ในเขต Tampines ของประเทศสิงคโปร์ ได้มีการใช้แอปพลิเคชัน “Hitachi Worksafe” ซึ่งช่วยให้การกลับไปทำงานที่ออฟฟิศเป็นไปได้อย่างปลอดภัยที่สุด การใช้ระบบการจดจำใบหน้าและการตรวจจับความร้อน จะช่วยคัดกรองและอนุญาตให้เฉพาะบุคคลที่ไม่แสดงอาการไข้เท่านั้นสามารถเข้าออฟฟิศได้ Hitachi กำลังขยายโครงการนี้เพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อในออฟฟิศ โดยการเพิ่มขั้นตอนการประเมินสุขภาพของพนักงานล่วงหน้าก่อนที่พวกเขาจะเข้าสู่พื้นที่ทำงาน ตลอดจนการจัดการตารางการเข้างานอีกด้วย

 

การขยายตัวของชนบทสู่ความเป็นเมืองนั้นย่อมมาพร้อมกับปัญหา แต่ประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่าประโยชน์ที่ได้รับนั้นมีมากกว่าต้นทุนที่ต้องเสียไป ด้วยความร่วมมือระหว่าง Hitachi และบริษัทคู่ค้าแสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีที่สามารถควบคุมเพื่อลดค่าใช้จ่ายได้อย่างไรให้กับเมืองที่กำลังขยายตัวที่เพิ่มขึ้น

 

“ด้วยความคิดเช่นนี้ เราคาดหวังที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนและนำความสุขมาสู่ชุมชนที่เราได้ให้บริการกับพวกเค้าได้มากยิ่งขึ้น”

Takatoshi Sasaki
Managing Director, Hitachi Asia Ltd.

 

 

วันที่เผยแพร่: เมษายน พศ. 2564