Skip to main content

นวัตกรรมเพื่อสังคม

สร้างวันพรุ่งนี้ร่วมกัน:
– พันธมิตรด้านนวัตกรรม –


พันธมิตรเครือข่าย IoT ระหว่างประเทศไทยกับฮิตาชิจะช่วยให้ประเทศสามารถเข้าถึงวิสัยทัศน์ของการเป็นประเทศอัจฉริยะได้อย่างไร

การปฏิรูปเศรษฐกิจไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใดก็ตาม ทุกวันนี้ในเอเชีย มีหลายประเทศที่ต้องเผชิญกับปัญหาที่น่าหวั่นเกรง นั่นคือ การเอาชนะกับดักรายได้ปานกลาง ทั้งนี้ความเหลื่อมล้ำของรายได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วทั้งภูมิภาค และประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ไม่มีข้อยกเว้นเช่นกัน แม้แต่หนึ่งในประเทศสมาชิกของ ASEAN (Association of Southeast Asian Nations) ที่มีการพัฒนาและ “เติบโตเต็มที่” มากที่สุด เช่น ประเทศไทย ก็ยังต้องเผชิญกับความรุนแรงของปัญหาดังกล่าว

ประเทศไทยได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาหลายทศวรรษเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายการพัฒนาการเกษตรและอุตสาหกรรมทีดียิ่งขึ้น แม้ว่าจะประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นชัดเจน แต่ก็ต้องพยายามอย่างหนักเพื่อให้ “สำเร็จ” ในการก้าวเข้าสู่ระดับเศรษฐกิจขั้นสูง เนื่องด้วยหลายสาเหตุที่รวมถึงการขาดแคลนทรัพยากรและทักษะ อย่างไรก็ตามช่องว่างดังกล่าวก็ค่อยๆสั้นลง และเส้นชัยก็ดูจะอยู่อีกไม่ไกล

ด้วยเทคโนโลยีใหม่และนวัตกรรมทางสังคม วิธีแก้ไขปัญหาจึงอยู่แค่เอื้อม แม้ว่าความเหลื่อมล้ำของรายได้จะยังไม่สามารถแก้ไขได้ก็ตาม ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับประเทศนั้นๆ ว่าจะเผชิญกับความท้าทายโดยการใช้งานการปฏิวัติระบบดิจิทัลให้ได้ผลอย่างดีที่สุด รวมถึงการเติบโตของอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things) หรือ IoT เพื่อแก้ไขปัญหาสำคัญๆที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมของพวกเขา และสนับสนุนสิ่งที่เรียกว่า “การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สี่”

เส้นทางสู่ประเทศไทย 4.0
line-border

รัฐบาลไทยทำงานอย่างหนักเพื่อให้เข้าใจถึงวิสัยทัศน์ของประเทศไทย 4.0 ของพวกเขา แล้วประเทศไทย 4.0 คืออะไรกันแน่? และแบบจำลองเศรษฐกิจก่อนหน้านี้คืออะไร?

ประเทศไทย 4.0: เครื่องจักรใหม่สำหรับการเจริญเติบโต
line-border

เพื่อสร้างเศรษฐกิจที่เน้นคุณค่า ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม, เทคโนโลยี และความสร้างสรรค์ ในปี 2016 รัฐบาลไทยจึงผลักดันแผนการใหญ่ นั่นคือ ประเทศไทย 4.0 โดยจะนำประเทศให้คิดทบทวนเกี่ยวกับรูปแบบการพัฒนา โดยการรักษาเป้าหมายของความมั่นคง, มั่งคั่ง และยั่งยืนไว้เสมอ ซึ่งจะนำไปสู่กับปรับโครงสร้างของเศรษฐกิจของประเทศไทยทั้งหมด, เชื่อมโยงผูกพันสังคมเข้าด้วยกัน และก้าวต่อไปข้างหน้าโดยไม่ละทิ้งใครไว้เบื้องหลัง ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเอาชนะปัญหาของกับดักรายได้ปานกลาง

ออกแบบอนาคตอัจฉริยะ
line-border

วิธีการที่รัฐบาลไทยขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ประเทศไทย 4.0

กระบวนการส่งออกอัจฉริยะ



หนึ่งในวิธีการในการบรรลุเป้าหมายนี้ คือการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) …



เกษตรอัจฉริยะ



ความคิดริเริ่มอื่นๆ ที่รวมถึงการจัดตั้งรูปแบบ “ฟาร์มสัตว์อัจฉริยะ” ที่มีการใช้งานเทคโนโลยี…



“New S-Curve”



แผนของรัฐบาลยังให้ความสำคัญในการส่งเสริมนวัตกรรมใน 10 อุตสาหกรรมหลัก…




การขยายตัวของระเบียงแห่งโอกาส
line-border

ประเทศไทย 4.0 เป็นส่วนหนึ่งของการพยายามร่วมกันอย่างกว้างขวางเพื่อดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) และเพิ่มการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ในขณะที่การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานส่วนใหญ่จะอยู่ในระหว่างการดำเนินการเกี่ยวกับเครือข่ายรถไฟความเร็วสูง รวมถึงการยกระดับพัฒนาถนนและสนามบิน จุดมุ่งหมายสำคัญก็คือ ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ซึ่งแสดงถึงความพยายามที่สำคัญของรัฐบาลไทยในการสร้างประเทศไทยให้เป็น “ศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่ของเอเชีย” ทั้งนี้ EEC จะครอบคลุมจังหวัดฉะเชิงเทรา, ชลบุรี และระยอง ซึ่งอยู่บนชายฝั่งทะเลตะวันออกของประเทศไทย และจะเป็นศูนย์กลางสำคัญสำหรับการค้าขาย, การลงทุน, การคมนาคมขนส่งในภูมิภาค โดยจะทำหน้าที่เป็นประตูการค้าสำคัญสำหรับเอเชีย ในเดือนกันยายน ปี

2017 คุณอุตตมะ สาวนายน รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ต้อนรับตัวแทนจากบริษัทญี่ปุ่น 600 แห่ง ที่เดินทางมาพูดคุยเกี่ยวกับการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย 10 อุตสาหกรรมภายใต้นโยบายประเทศไทย 4.0 และการจัดตั้งของ EEC ฮิตาชิก็เป็นหนึ่งในผู้รับเชิญ และโรงไฟฟ้าเทคโนโลยีก็ได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือกับสำนักงาน EEC ในการใช้ผลลัพธ์ด้านนวัตกรรมทางสังคม ซึ่งรวมถึง IoT ในเขตเศรษฐกิจใหม่ การเป็นหุ้นส่วนที่ได้รับสิทธิพิเศษนี้นับว่าไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ เนื่องด้วยฮิตาชิมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากในการพัฒนาตลาดของ ASEAN โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้

ฮิตาชิได้คอยช่วยเหลือในการสร้างสภาพแวดล้อมแห่งนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาในประเทศไทย, การเปิดตัวความสามารถทางธุรกิจในสาขาต่างๆ รวมถึงทางรถไฟ, ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และระบบสารสนเทศและโทรคมนาคม ด้วยการดำเนินการของธุรกิจด้านนวัตกรรมทางสังคมของฮิตาชิ ซึ่งเป็นการผสมผสานรวมตัวกันของเทคโนโลยีการปฏิบัติงาน (Operation Technologies: OT) ที่นับว่าเป็นความแข็งแกร่งของบริษัทนับตั้งแต่ก่อตั้งมาพร้อมกับความเชี่ยวชาญชำนาญด้าน IT ที่สั่งสมประสบการณ์มานานกว่าครึ่งศตวรรษ บริษัทจึงมีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนอย่างต่อเนื่องให้กับการพัฒนาประเทศไทย และภูมิภาค ASEAN ทั้งหมดด้วยการส่งเสริมการใช้งานเทคโนโลยี IoT ไปกับ EEC

ร่วมสร้างแนวคิดที่ใช้งานได้:
แนวทางแก้ปัญหาด้วยนวัตกรรมทางสังคมของฮิตาชิ

ช่วยนำพาชีวิตสู่ความเป็นไปได้และโอกาสใหม่ๆ หนึ่งในเงื่อนไขที่จำเป็นในการสร้างสังคมและเมืองที่ยั่งยืน ที่ซึ่งผู้คนสามารถอยู่อาศัยได้อย่างสะดวกสบายและรุ่งเรือง ก็คือการบรรลุในความก้าวหน้าในการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ด้วยการวางแผนเมืองที่เหมาะสม

ฮิตาชิให้ความสำคัญกับความท้าทายนี้อย่างจริงจัง ด้วยการเสริมสร้างความพยายามในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านทางผลิตภัณฑ์และการบริการ ที่มีการคิดคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ในบรรดาโครงการอื่นๆ ฮิตาชิกำลังทำงานร่วมกับ Sunway Group ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทที่ใหญ่ที่สุดของมาเลเซีย ที่มีความสนใจหลักในด้านอสังหาริมทรัพย์, การก่อสร้าง, การศึกษา และการดูแลรักษาสุขภาพ เพื่อดำเนินการใช้งานระบบประหยัดพลังงานสำหรับมหาวิทยาลัย, วิทยาลัย, โรงแรม, โรงพยาบาล, ศูนย์การค้า และสถานที่อำนวยความสะดวกอื่นๆที่ทางกลุ่มบริษัทแห่งนี้เป็นเจ้าของ ด้วยความร่วมมือนี้ ฮิตาชิจึงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการพัฒนาเมืองในมาเลเซีย เช่นเดียวกับที่อื่นๆในภูมิภาคนี้ ทำให้ฮิตาชิเป็นผู้นำในการให้บริการด้านวิธีแก้ไขปัญหาด้วยนวัตกรรมทางสังคมที่เชื่อถือใน ASEAN


เชื่อมโยงเข้าด้วยกัน
line-border

นวัตกรรมด้านเทคโนโลยี เช่น ปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ และระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง ล้วนแต่ช่วยให้เราได้ปฏิวัติวิธีการดำเนินชีวิตและการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ในช่วงระยะเวลาไม่นานมานี้ เราได้พบว่าทั่วทุกอุตสาหกรรมมีความตระหนักที่เพิ่มมากขึ้น ถึงการใช้งาน IoT ในการเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ และจากการวิเคราะห์ในข้อมูลดังกล่าว บริษัทจะได้รับทราบถึงข้อมูลเชิงลึกในกระบวนการต่างๆ เช่น การจัดการคลังสินค้า และการควบคุมคุณภาพ เป็นต้น ซึ่งพวกเขาสามารถใช้ข้อมูลความรู้นั้นในการช่วยลดต้นทุน, เพิ่มประสิทธิภาพ, เอาชนะความท้าทาย และคว้าโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ

เพื่อช่วยผู้นำที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลในสามารถค้นหาและใช้งานข้อมูลของพวกเขาได้อย่างมากคุณค่า ฮิตาชิจึงรวมธุรกิจสามอย่าง ได้แก่ Hitachi Data Systems, Hitachi Insight Group และ Pentaho มาสร้างเป็น Hitachi Vantara ด้วยการรวมความเชี่ยวชาญชำนาญนี้ บริษัทใหม่จึงมีเป้าหมายที่จะช่วยเหลือลูกค้าในการรับข้อมูลเชิงลึก, การคาดการณ์ และคำแนะนำจากข้อมูลของพวกเขาได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งจะสามารถปรับใช้ได้อย่างง่ายได้ในการรองรับสภาพแวดล้อมขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่ ผลลัพธ์จากการรวมตัวนี้ ก็คือ Lumada ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม IoT ที่มีความฉลาดและยืดหยุ่นสูง ที่ถูกออกแบบมาให้มีความสามารถทันสมัยระดับสูงในการแปลงข้อมูลให้กลายเป็นการดำเนินการอย่างชาญฉลาด โรงงาน IoT ที่ทันสมัยซึ่งเป็นที่ตั้งของแพล็ตฟอร์ม Lumada กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างในประเทศไทย และมีแนวโน้มที่จะแล้วเสร็จ และเริ่มดำเนินการได้ในปี 2018





ด้วย Lumada, ฮิตาชิและรัฐบาลไทยจะสามารถส่งเสริมการใช้งานเทคโนโลยี IoT ระดับสูงในประเทศไทยได้ดียิ่งขึ้น และสามารถนำเสนอวิธีการแก้ไขปัญหาแบบดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะสามารถนำไปสู่การแก้ไขปัญหาต่างๆทางเศรษฐกิจและสังคม ทั้งในประเทศไทย และภูมิภาค ASEAN


คุณโคจิ โทมิตะ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮิตาชิ เอเชีย จำกัด

นับว่าเป็นเวลาอันน่าตื่นเต้นสำหรับทั้งธุรกิจ, รัฐบาลไทย และประชาชนคนไทยทุกคน

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบรรลุนวัตกรรมทางสังคมด้วยเทคโนโลยีในประเทศไทยและ ฮิตาชิในประเทศไทย

ด้วยฮิตาชิ อนาคตสร้างสรรค์ร่วมกันได้