Skip to main content

นวัตกรรมเพื่อสังคม

ความรับผิดชอบขององค์กร ต่อการสร้างผลลัพธ์ในเชิงบวกทางสังคมที่แท้จริง

ส่งเสริมระบบนิเวศที่ยั่งยืนให้ประสบความสำเร็จผ่านนวัตกรรมและการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ

สามประการสำคัญด้านความยั่งยืนที่กำลังมีพัฒนาให้โดดเด่นในปัจจุบันนั้นประกอบด้วย ความเท่าเทียมทางสังคม การปกป้องสิ่งแวดล้อม และความอยู่รอดทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน ความสำคัญของคุณค่าทางสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ ก็ได้รับความสนใจและตระหนักรู้เพิ่มมากขึ้นกว่าในอดีต ภาวะเหล่านี้ถูกสะท้อนให้เห็นชัดในชีวิตประจำวันของผู้คน ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้อที่แม้จะมีมูลค่าน้อยมากก็ตาม

คำถามที่เกิดขึ้น ในขณะที่บริษัทหลายแห่งแสดงความพร้อมที่จะเข้ามามีบทบาทหลักเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวคือ บริษัทเหล่านี้จะทำอะไรได้บ้างเพื่อวางแผนในการส่งเสริมผลกระทบเชิงบวกที่แท้จริงต่อสังคม


เศรษฐกิจ
สังคม
สิ่งแวดล้อม
แข็งแกร่ง คงทน ยั่งยืน เสมอภาค

กลยุทธ์ที่ถูกให้ความสำคัญลำดับแรกคือการสร้างความยั่งยืน

บริษัทที่มองการณ์ไกลกำลังนำความยั่งยืนมาใช้เพื่อขับเคลื่อนความสำเร็จของธุรกิจและนำมาซึ่งความเท่าเทียมทางสังคม การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และศักยภาพทางเศรษฐกิจ

การสร้างความเปลี่ยนแปลงเริ่มได้จากภายในองค์กร

อนที่จะเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงทางสังคม องค์กรหลายแห่ง จำเป็นต้องนำความยั่งยืนเน้นย้ำไว้ในวิสัยทัศน์ขององค์กร ามารถทำได้ด้วยการมโครงสร้างพื้นฐานภายในองค์กร ที่สร้างความยั่งยืนในทุกด้าน ที่สามารถใช้การได้จริงและมีประสิทธิภาพ

ในฐานะองค์กรที่งที่ดีๆมานานกว่าศตวรรษ ปัจจุบันHitachiมุ่งมั่นตอบสนองเพื่อสร้างผลลัพธ์ในเชิงบวกต่อสังคม เราได้ดำเนินมาตรการหลายด้านเพื่อให้แน่ใจว่าHitachiจะไม่มองข้ามเป้าหมายด้านความยั่งยืนของบริษัทเอง และมีความรับผิดชอบต่อ้แนวคิดริเริ่มของบริษัท ตัวอย่างเช่นการเพิ่มตำแหน่ง (Chief Diversity & Inclusion Officer, Chief Environmental Officer)ในบริษัท ตลอดจนมีการตั้ง​​ Executive Sustainability Committee โดยจะมีการประชุมอย่างเป็นทางการ 2 ครั้งต่อปี โครงสร้างภายในบริษัทที่มีผลลัพธ์้นำไปสู่โครงการความร่วมมือมากมาย และทำให้ทราบถึงข้อมูลเชิงลึกด้านนวัตกรรมทางสังคมที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสังคมในภูมิภาค่เช่นภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


Hitachi ใช้มาตรการเชิงรุกเพื่อเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนได้แก่ :

การประชุมจำนวน 2 ครั้งภายใน 1 ปี ระหว่าง Chief Diversity & Inclusion Officer และ Executive Sustainability Committee

อภิปรายโครงการความร่วมมือและข้อมูลเชิงลึกด้านนวัตกรรมทางสังคม

ฒนาการที่ล้ำสมัยสู่การเร่งขยายตัวของเทคโนโลยี

จากแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ขณะนี้ประเทศไทยกำลังใช้ประโยชน์จากศักยภาพของเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่โดดเด่นในด้านนวัตกรรม (​​innovation-led nation) ปัจจุบันประเทศไทยเดินหน้าสนับสนุนการลงทุนขนาดใหญ่ใน์ภาคส่วนใหม่ เช่น การสร้างระบบเศรษฐกิจแบบดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีด้านการแพทย์ ทั้งหมดนี้มีจุดประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

Hitachiนั้นเป็นพันธมิตรที่สำคัญในแผนพัฒนานี้ผ่าน Lumada Center ้ตั้งอยู่ที่จังหวัดชลบุรี ไม่เพียงแต่สร้างความตระหนักเพื่อให้เกิดการพัฒนาในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่จุดประกายของนวัตกรรมทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วยเหตุนี้์ทำให้ ภาคอุตสาหกรรมหลายแห่งในประเทศไทยสามารถเพิ่มความสามารถในการผลิตเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด โดยใช้ประโยชน์จากเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของิ Hitachi นับตั้งแต่ก่อตั้ง Lumada Centerที่จังหวัดชลบุรีบริษัทก็ได้ก่อตั้ง Lumada Center Southeast Asia Bangkok Annex ที่จังหวัดกรุงเทพมหานครเพื่อเป็นช่องทางในการพัฒนาในด้านพลังงาน การเงิน และการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ

นนีLumada Centerมีนวัตกรรมที่สามารถอำนวยความสะดวกต่อลูกค้ามากขึ้น จึงทำให้เกิด “NEXPERIENCE” ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่Hitachiพัฒนาขึ้นเพื่อสร้างคุณค่าให้กับภาคธุรกิจ จากการทำงานร่วมกัน กระบวนการนี้ได้รับการสนับสนุนจากข้อมูลเชิงลึกในหลายแง่มุม ตลอดจนเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (เทคโนโลยี ICT) ที่ทันสมัย ด้วยเครื่องมือทั้งหมดเหล่านี้ Lumada Center มีความพร้อมที่จะให้บริการองค์กรในประเทศไทยเพื่อเข้าถึงเทคโนโลยีล้ำสมัย รวมถึงสร้างความมั่นใจในโซลูชั่นที่ผ่านการรับรองคุณภาพ ​​ซึ่งสามารถขยายให้ครอบคลุมได้ทั่วทั้งเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ


หนทางการสร้างนวัตกรรมของประเทศไทย

  • การลงทุนในภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน
  • Hitachi Lumada Center สนับสนุนนโยบายระดับประเทศเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0
  • NEXPERIENCE กระบวนการของHitachi สำหรับการสร้างมูลค่า เพื่อมอบการเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่อย่างทั่วถึง

นวัตกรรมทางการแพทย์ของ Hitachi เพื่อพลิกโฉมการดูแลสุขภาพของประเทศสิงคโปร์

  • โรคมะเร็งยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของชาวสิงคโปร์
  • ระบบ Proton Beam Therapy (PBT) ของHitachiได้รักษาผู้ป่วยมากกว่า10,000 รายด้วยอัตราความพร้อมทางการแพทย์ถึงร้อยละ 98
  • PBT มีชื่อเสียงไปทั่วโลกในด้านความน่าเชื่อถือสูงและเทคโนโลยีการสแกนเฉพาะจุด

การต่อยอดความก้าวหน้าด้านสุขภาพ

นอกเหนือจากการยกระดับการศึกษาแล้ว การดูแลสุขภาพถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้สังคมนั้นยั่งยืน แม้ในประเทศที่ระบบเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว แต่ประชาชนก็ยังประสบปัญหาด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง โดยปัญหาดังกล่าวทวีความซับซ้อนมากขึ้น เนื่องจากภาวะประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นในกลุ่มประเทศเหล่านี้ บริษัทจำนวนมากมีจุดยืนแข็งแกร่งและพร้อมที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงในด้านสุขภาพ ผ่านความร่วมมืออย่างเต็มที่กับหน่วยงานด้านสุขภาพของประเทศ

ตัวอย่างเช่นในประเทศสิงคโปร์ซึ่งโรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่ง เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาทางสังคมนี้ Hitachiได้พัฒนาและจัดหาระบบบำบัดการรักษาด้วยอนุภาคโปรตอน (Proton Beam Therapy) ที่ทันสมัยให้กับศูนย์มะเร็งแห่งชาติประเทศสิงคโปร์ (National Cancer Centre Singapore) การบำบัดรักษาด้วยอนุภาคโปรตอน นั้นเป็นการผสานรวมเทคโนโลยีการรักษาเฉพาะจุด ซึ่งเป็นวิธีการรักษาโรคมะเร็งระยะลุกลาม (advanced cancer) ที่ลดผลข้างเคียงซึ่งมักพบในการฉายรังสีแบบเดิม

ปัจจุบัน การบำบัดรักษาด้วยอนุภาคโปรตอน ิHitachi ได้รักษาผู้ป่วยกว่า 10,000 ราย ด้วยอัตราการใช้เครื่องเพื่อรักษา (clinical availability rate) ที่ร้อยละ 98 ซึ่งพิสูจน์ได้ว่านวัตกรรมสุขภาพนี้สามารถเข้าถึงได้มากขึ้น ด้วยการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ ที่มีให้บริการในศูนย์ที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ ทำให้ประเทศสิงคโปร์ไม่เพียงแต่สามารถเยียวยาปัญหาได้เท่านั้น แต่ยังสามารถปรับปรุงศักยภาพด้านการดูแลสุขภาพสำหรับประชาชนด้วย

การสร้างอนาคตที่สดใสให้กับภูมิภาคอาเซียน

เนื่องจากเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเอื้อต่อการพัฒนาอย่างรวดเร็ว เราจึงต้องพยายามอย่างจริงจังที่จะจัดการกับความไม่เท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว ซึ่งอาจเป็นผลที่เกิดขึ้นจากการเติบโตในด้านเศรษฐกิจ โดยหากมีการละเลยและไม่ดำเนินการใ ความไม่เท่าเทียมกันนี้อาจส่งผลกระทบในทางลบต่อประเทศในหลายด้าน ทั้งด้านความก้าวหน้า ความยืดหยุ่น และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

แม้ว่านโยบายของภาครัฐบาลจะช่วยกำหนดทิศทางในการแก้ไขปัญหาผลกระทบด้านลบหลายด้าน แต่ภาคเอกชนก็จำเป็นต้องก้าวเข้ามาเพื่อกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ในด้านบวก ด้วยการนำความรู้และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ ถึงเวลาสำหรับการลงมือทำหน้าที่ของเรา ในการขับเคลื่อนสิ่งที่ดี ให้กับสังคม


สร้างการเริ่มต้นใหม่ด้วยการขับเคลื่อนสิ่งที่ดีให้กับสังคม

การจัดการกับความไม่เท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจและสังคมเพื่อการเติบโตต่อไปในอนาคต
เสริมสร้างความร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชน

วันที่เผยแพร่: กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565